บทความ

ใครบงการประยุทธ์ ? เลื่อนเลือกตั้ง 


ใครบงการประยุทธ์ ? เลื่อนเลือกตั้ง 
แฉเล่ห์กล เจาะลึก  “ยุทธการเลื่อนการเลือกตั้ง”
สมยศ พฤกษาเกษมสุข
    16 มกราคม  2562

เลื่อนแม่มึงสิ02

 

“ เผด็จการหัวสาก ทำลายสถิติ การโกหก ปลิ้นปล้อน ได้หลายครั้งในรอบ5ปี เป็นการโกหกที่อยู่ในอำนาจเผด็จการอย่างยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ”

“ ที่มันระยำที่สุดก็เห็นจะมีแต่พวกพรรคการเมืองไม่ว่าจะหน้าใหม่หรือหน้าเก่า ที่ถูกต้อนเข้าคอก กติกาเผด็จการ  ล้วนแล้วแต่สยบยอมอย่างสิ้นท่าหมดปัญญา ทำได้แค่วิงวอน ร้องขอแบบนกแก้วนกขุนทอง  ครั้งแล้วครั้งเล่า หรือไม่ก็คาดหวังสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันเท่านั้นที่จะขอส่วนแบ่งให้พวกมันได้มาผุดมาเกิดทางการเมืองกับเขากันบ้าง”    

——————-

         การรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 โดยพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชาโดยเนื้อแท้แล้วเป็นการปล้นบ้านกินเมือง เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนขุนนางและเครือข่ายกลุ่มทุนราชสำนัก กลุ่มธุรกิจผูกขาด พวกพ้องทหาร ตำรวจ ตุลาการ  ด้วยการกินเงินเดือนสองตำแหน่ง  ขึ้นเงินเดือนให้กับกลุ่มตนเองและพวกพ้อง  เข้าไปนั่งเป็นกรรมการบริหารรัฐวิสาหกิจต่างๆ รวมทั้งการโกงกินจนร่ำรวยกันถ้วนหน้า โดยที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วยองค์กรตรวจสอบทุจริตเพราะล้วนแต่งตั้งมาจากเผด็จการทหารทั้งสิ้น   นับได้ว่าเป็นการทุจริตโกงกินที่เลวร้ายยิ่งไปกว่ารัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะในระบอบประชาธิปไตยมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น เปิดเผย ทั้งองค์กรอิสระและพรรคการเมืองฝ่ายค้าน  ประชาชนมีส่วนร่วมการตรวจสอบอย่างกว้างขวาง  ในขณะที่รัฐบาลใช้อำนาจเผด็จการตามอำเภอใจ ไร้ขอบเขต  จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ด้วยเหตุนี้ระบบเศรษฐกิจจึงง่อนแง่น ตกต่ำ มาโดยตลอด นำความทุกข์ยากเดือดร้อนมาสู่ประชาชนทุกหย่อมหญ้า

โร๊ดแม๊ปแฉลบลิ้น

หลังจากยึดอำนาจแล้ว รัฐบาลเผด็จการทหารได้สัญญาว่าจะคืนอำนาจให้ประชาชนด้วยการกำหนดให้มีโร๊ดแมป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบ (คสช.) แถลงเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2557ว่า โร๊ดแม๊ปนี้จะเป็นการคืนความสุขให้ประชาชนคนไทย เพื่อให้สถาบันกษัตริย์ได้รับการปกป้องจากคนไทยทุกคน และนำประเทศไปสู่การเป็นประชาธิปไตยที่ยั่งยืนปราศจากความขัดแย้ง  แม้ว่าจะใช้ถ้อยคำสวยหรู ดูดี อย่างไรก็ตามแต่ในความเป็นจริงแล้วโร๊ดแมปนี้ แบ่งเป็นสามระยะคือ 1. ปราบปราบประชาชนอย่างรุนแรง ควบคุมเสรีภาพสื่อมวลชน พรรคการเมืองและการรวมตัวของประชาชนอย่างเต็มที่จนบ้านเมืองสงบราบคาบ ใช้เวลา 3 เดือนด้วยกัน (สิงหาคม 2557) 2. จัดสรรตำแหน่ง และผลประโยชน์ให้พวกพ้องอย่างเต็มที่ บรรดาทหารที่ร่วมกันยึดอำนาจได้รับการปูนบำเหน็จกินเงินเดือนสองตำแหน่งเข้าไปนั่งในบอร์ดรัฐวิสาหกิจต่างๆ กรรมาธิการต่างๆ ร่างรัฐธรรมนูญโจรเพื่อทำลายพรรคการเมืองและสืบทอดอำนาจเผด็จการต่อไป ใช้เวลา 1 ปี  ( สิงหาคม 2558)ก้าวเข้าสู่ระยะที่ 3 คือ ยุทธศาสตร์สืบทอดอำนาจ  20 ปีและ การเลือกตั้งตามกติกาที่ฝ่ายเผด็จการเป็นผู้กำหนด ตามแผนการทำงานหรือโร๊ดแมปนี้ หมายความว่า คณะ คสช.จะดำเนินการเปลี่ยนผ่านตาม”โร๊ดแมป”และมีการเลือกตั้งภายในไม่เกินปี 2558

เลื่อนเลือกตั้งครั้งที่ 1

ในวันที่ 4 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2557 เผด็จการทหาร แต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ  มีศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน  ใช้เวลาร่างถึง 10 เดือน แต่แล้วรัฐบาลเผด็จการทหารก็ใช้เล่ห์เพทุบาย เมื่อรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยคณะกรรมการชุดนี้ ถูกคว่ำในสภาปฏิรูปแห่งชาติเมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ.2558 จึงต้องนำมาสู่การตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ที่นำโดยนายมีชัย ฤชุพันธ์ กลายเป็นข้ออ้างสำคัญที่นำมาสู่การเลื่อน”โรดแมป”ครั้งใหญ่ของ คณะ คสช. ถือเป็นการเลื่อนการเลือกตั้งครั้งที่หนึ่ง

โดย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้แถลงในวันที่ 7 กันยายน พ.ศ.2558 ว่า โรดแมปใหม่จะเป็นไปตามสูตร 6+4+6+4=20 คือ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ใน 6 เดือน ทำประชามติภายใน 4 เดือน และเมื่อรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ จะประกาศใช้ในเดือนกันยายน พ.ศ.2559 จากนั้น ก็จะร่างกฎหมายลูกภายใน 6 เดือน แล้วก็จะให้มีการเลือกตั้งใน 4 เดือน ซึ่งหมายถึงว่าจะเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2560  ทำให้ระยะเวลาการครองอำนาจเผด็จการทหารยืดยาวจาก 1 ปีกลายเป็น 3 ปี  อย่างง่ายดายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากเสียอีก

นาย บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เคยกล่าวไว้เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 ว่า   “สมัยที่ผมเป็นประธานกมธ.ยกร่างฯ แล้วร่างถูกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คว่ำ ผมเสียใจแต่แค่วันเดียว คือวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2558 พอกลับมาคิดได้ก็รู้ว่าเขาอยากอยู่ยาว ยอมรับว่ามาอยู่ตรงนี้เปลืองตัว ” (มติชน 19กพ.59)

วิษณุแจงเหตุเลื่อนเลือกตั้งครั้งที่สอง

แต่เมื่อรัฐธรรมนูญของนายมีชัย ฤชุพันธ์ ผ่านการลงประชามติมาแล้ว  ก็ยังไม่มีการประกาศใช้ เพราะ ต้องนำประชามติคำถามพ่วง ไปแก้ไขเพิ่มรัฐธรรมนูญ และส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกรวมทั้งสิ้น  60 วัน จากนี้เริ่มจากวันที่  9 พย. 59 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อมาวันที่ 6 มกราคม 2560นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี อธิบายว่า “โรดแมปคืออย่างนี้ และก็ยังเป็นเช่นนี้ เพียงแต่เมื่อหลายเดือนก่อนรัฐบาลบอกว่าการเลือกตั้งน่าจะเกิดขึ้นได้ในปี 2560 เพราะมองด้วยสมมุติฐานที่ว่าได้ทูลเกล้าฯร่างรัฐธรรมนูญไปเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 คิดว่าน่าจะได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯลงมาในเดือนพฤศจิกายน 2559 แล้วประกาศใช้ต่อไป ถ้าเป็นอย่างนั้นการเลือกตั้งก็เกิดขึ้นได้ในปี 2560 แต่บัดนี้เกิดกรณีที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต ทุกอย่างเลื่อนไป และจนถึงวันนี้ยังไม่พระราชทานรัฐธรรมนูญลงมา เราจึงนับไม่ถูก ตอบไม่ถูก” จึงถือเป็นการเลื่อนการเลือกตั้งเป็นครั้งที่สอง

วันที่  9 ม.ค.2560 – สำนักราชเลขาธิการ ทำเรื่องมาถึงรัฐบาล ว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระราชกระแสรับสั่งว่ามี 3-4 เรื่องที่จำเป็นต้องแก้ไขให้เป็นไปตามพระราชอำนาจ 17 ก.พ.2560 – นายกฯ นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านการออกเสียงประชามติ ร่างที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมตามข้อสังเกตพระราชทาน ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย( BBC 6.4.60)

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร       มอบ “ข้อสังเกตพระราชทาน” และให้รัฐบาลแก้ให้เป็นไปตามข้อสังเกตดังกล่าวซึ่งยังไม่เคยปรากฏมาก่อนที่กษัตริย์มอบข้อสังเกตพระราชทานและมีพระราชกระแสรับสั่งให้แก้ไขตามพระราชประสงค์ อีกทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการแก้ไขภายหลังการออกเสียงประชามติ ไปแล้ว                                                             

ในช่วงนี้บรรดาลูกหาบเผด็จการทหารทั้งหลายก็ออกมาเคลื่อนไหวที่จะสร้างกระแส ให้มีการเลื่อนการเลื่อนตั้งออกไปอย่างเช่น วันที่ 8 มกราคม2560  สวนดุสิตโพล ก็ได้เปิดเผยผลสำรวจว่า ประชาชนที่สำรวจ 51.23% เห็นว่าสถานการณ์บ้านเมือง ณ วันนี้ ยังไม่พร้อมจะเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง เพราะยังมีความขัดแย้ง กังวลว่าบ้านเมืองจะไม่สงบ อาจเกิดการชุมนุมเคลื่อนไหว ปัญหาการเมืองไทยแก้ไขได้ยาก สถานการณ์บ้านเมืองอยู่ในภาวะที่ยังไม่พร้อม จะมีพระราชพิธีสำคัญ

เลื่อนเลือกตั้งครั้งที่สาม : ขยายเวลาบังคับใช้ กฎหมายลูก  

หลังจากแก้ไขรัฐธรรมนูญตามพระราชประสงค์ทุกอย่างเสร็จสิ้น รัฐธรรมนูญก็ประกาศใช้ในวันที่ 6 เมษายน 2560 เป็นการสิ้นสุดโร๊ดแมป ระยะที่สองที่ถูกเลื่อนแล้วเลื่อนอีกมาหลายครั้งแล้วเพื่อจะได้ก้าวสู่ การเลือกตั้งกันสักที โดยมีเวลาหลังจากนี้ในการจัดทำกฎหมายลูกให้แล้วเสร็จภายใน 240 วันดังนั้น กระบวนการร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 10 ฉบับให้เสร็จภายใน 8 เดือน  จึงเพิ่งเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้งทำให้ระยะเวลาการเลือกตั้งตามที่เคยตกลงกันต้องถูกเลื่อนต่อไปอีกเป็นการเลื่อนการเลือกตั้งเป็นครั้งที่สาม

สนช. กับการเลื่อนเลือกตั้งครั้งที่ 4

ระหว่างการจัดทำกฎหมายลูกปรากฏว่า วันที่ 25 มกราคม 2561 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีมติเห็นชอบกับกรรมาธิการเสียงข้างมากในการขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ออกไปอีก 90 วัน ดังนั้นการเลือกตั้งก็ต้องเลื่อนออกไปเป็นครั้งที่ 4 จากเดือนพฤศจิกายน 2561 เป็น กุมภาพันธ์ 2562  ทำให้กกต.กำหนดการเลือกตั้งไปตรงกับวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งทางรัฐบาลก็ยืนยันว่า ไม่มีการเลื่อนการเลื่อนตั้งอีกอย่างแน่นอน เป็นที่ชัดเจนเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2561มีคำสั่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 22/2561 เรื่องการให้ประชาชนและพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ โดยที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561มีผลใช้บังคับเป็นกฎหมายตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2561 อันเป็นวันที่พ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป(12กย61)และมาตรา 171 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวให้ตราพระราชกฤษฎีกำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปภายใน 90 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ

หมอดูทำนายแม่นยำ ไม่มีเลือกตั้ง24กพ.62

แต่กระนั้นก็ตามนายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำพรรคเพื่อชาติเมื่อวันที่ 11 พย.61  ออกมาทำนายทายทักว่า การเลือกตั้งจะไม่เกิดขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 62 เพราะเหตุที่ยังไม่สามารถรับรองพรรคการเมืองอีก 31 พรรคได้ทันเวลา(Nation 11 พย.61) ในขณะที่ สมยศ พฤกษาเกษมสุข แสดงความเห็นแบบฟันธงว่า คนไทยและต่างประเทศคุ้นเคยกับการเลื่อนการเลื่อนตั้งมาแล้ว ดังนั้นจะไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562อย่างแน่นอน (FB:14พย.61)

ใช้เล่ห์เหลี่ยมปลิ้นปล้อนกับคนไทยไม่พอยังโกหกกับประชาคมโลกอีกด้วย

ครั้งที่ 1 วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 หลังการหารือกับชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่น พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชาบอกว่า ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งในปลายปี 2558 หรือต้นปี 2559

ครั้งที่ 2 วันที่ 27 กันยายน 2558         พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวกับ บันคีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ ว่า จะมีการเลือกตั้งทั่วไปได้ภายในกลางปี 2560

ครั้งที่ 3  วันที่ 2 ต.ค.2560  ที่กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังหารือร่วมกับนายโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาว่า “ผมก็พูดกับเขาว่าในเรื่องประชาธิปไตยแบบสากลนั้น ก็เป็นไปตามโรดแมปของผม และในปีหน้าเราก็จะประกาศวันเลือกตั้งออกมาโดยไม่มีการเลื่อนอะไรสักอย่าง   พอเราประกาศการเลือกตั้งแล้ว ก็ต้องมีกรรมวิธีอีก 150 วันตามกฎหมาย ประกาศเมื่อไร ก็นับไปสิ เขาก็ไม่ได้ถาม แต่ผมแสดงความเชื่อมั่นให้เขา ผมไม่ได้ปกปิดใคร ผมไม่ได้บิดเบือนดังที่ใครกล่าวอ้าง ผมก็พูดแบบนี้มาตลอด”  พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้ยืนยัน อีกครั้ง (10ตค.60)ว่า “ผมไม่ต้องการที่จะหน่วงเวลาอะไรไว้ทั้งสิ้น ขอยืนยันตรงนี้ ในส่วนของเดือนต.ค.นี้เป็นช่วงที่คนไทยทุกคนอยู่ในช่วงเวลาโศกเศร้าอาลัย ขอให้ทุกอย่างอยู่บนสถานการณ์แห่งความสงบ และในส่วนตรงนี้พูดได้ว่าเดือนมิ.ย.61 ก็จะประกาศวันเลือกตั้ง และเดือนพ.ย.61 จะมีการเลือกตั้ง วันนี้ก็มีความชัดเจนขึ้น ขอให้ทุกคน นักการเมือง พรรคการเมือง ขอให้อยู่ในความสงบ

หากนับรวมการเลื่อนเลือกตั้งทั้งในประเทศไทยและที่ต่างประเทศตามวาระต่างๆจะมีจำนวนมากกว่า  8 ครั้งด้วยกันทีเดียว นอกจากการเลื่อนที่ใช้เทคนิคทางกฎหมายเผด็จการที่รัฐบาลเป็นผู้จัดทำกันมาเองแล้ว การกำหนดวันเลือกตั้งยังสัมพันธ์ไปกับ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งแรก(กท.ธุรกิจ 19มิ.ย.61) พล.อ.ประยุทธ์ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่คสช.กำลังพิจารณาอยู่คือ การเตรียมการไปสู่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก อย่าลืมนะคนไทยทุกคน  นั่นคือเรื่องสำคัญอีกเรื่อง ฉะนั้น อย่าหาว่าผมเอาเรื่องนี้มาอ้างทางนี้    โดยการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นหลังจาก พระราชพิธีบรมราชาภิเษก แต่หลังจากนี้ไปแล้ว  เรื่องพระบรมราชาภิเษกไม่มีการพูดถึงอีกเลยจนถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2562 พลเอกประยุทธ์ออกมาพูดว่า ระยะเวลาอันใกล้นี้เราจะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก นี่คือหนึ่งหลักสำคัญของประเทศ คาดว่าจะมีการเลือกตั้งก่อนพระราชพิธีสำคัญ นับเป็นอีกกรณีหนึ่งที่เป็นความขัดแย้งกันเองในตัวพลเอกประยุทธ์ในเรื่องการเลือกตั้งก่อนและหลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

อ้าปากก็เห็นไส้ติ่งกับไส้เลื่อน

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันฑ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฏ.) การเลือกตั้ง พ.ศ. …. เมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา คาดว่า พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง จะประกาศในวันที่ 2 มกราคม 2561 แต่เรื่องนี้ กลับเปลี่ยนไปอีกเมื่อวันที่ 13 ธค. 2561  นายวิษณุ เครืองาม  เป็นบุคคลปราดเปรื่องที่จะอธิบายเรื่องการเลื่อนการเลือกตั้ง ได้เป็นอย่างดี ใน วันที่ 13 ธค.2561 ให้สัมภาษณ์ว่า “ ขณะนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ส่งร่างพ.ร.ฎ.มายังรัฐบาลแล้ว ซึ่งครม.พิจารณาไปแล้ว แต่ขณะนี้ทราบว่ายังไม่มีการทูลเกล้าฯ ส่วนจะทูลเกล้าฯเมื่อใดนั้น คงรอจังหวะอีกระยะหนึ่ง “   กรณีนี้นายวิษณุกลับไม่อธิบายว่า เมื่อร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฏ.) การเลือกตั้ง พ.ศ. …ผ่านการพิจารณาครม.แล้วทำไมไม่ทูลเกล้าทันที กลับให้รอไปอีกจังหวะหนึ่ง

การเลื่อนการเลือกตั้งยิ่งชัดเจนไปอีกที่บรรดาลิ่วล้อเผด็จการ อย่างเช่น ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ และนายสมาน ศรีงาม ออกมาเรียกร้องว่าไม่ควรให้มีการเลือกตั้งทางการเมืองก่อนพระราชพิธีบรมราชาภิเษก (2มค.62โพสต์ทูเดย์))ตามมาด้วยวันที่ 3 มค.62 เมื่อนายวิษณู เครืองามออกมาแถลงว่า ”  ขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้รับร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ให้มีการเลือกตั้งทั่วไป หลังทูลเกล้าฯ ถวายเมื่อปลายเดือน ธ.ค. 2561 จากเดิมที่คาดการณ์ว่ารัฐบาลจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ในวันที่ 2 ม.ค. เมื่อรัฐบาลยังไม่ได้ประกาศ พ.ร.ฎ. กกต. ก็ยังออกประกาศกำหนดวันเลือกตั้งไม่ได้ ซึ่งก็เป็นการดีที่ กกต. จะได้มีข้อมูล และมีเวลาคิดให้รอบคอบ”

ฉลองดิถีขึ้นปีใหม่2562   “สำนักพระราชวัง” ประกาศ เมื่อ 1 มกราคม ๒๕๖๒  เรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก    ระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562  เป็นความสวัสดิมงคลประเทศชาติและราชอาณาจักร ซึ่งในรอบร้อยปีจะมีสักครั้งในเมืองไทยท่ามกลางความดีใจของอาณาประชาราษฎร์ทั่วราชอาณาจักร

การเลือกตั้งวันที่ 24 กุมภาพันธ์จึงต้องเลื่อนออกไปไม่ให้มันมาทับซ้อนกับพระราชพิธีอันศักดิ์สิทธิ์และยิ่งใหญ่ ซึ่งถูกกำหนดขึ้นโดยรัฐบาลเผด็จการทหารแม้ว่าจะมีหลายฝ่ายพยายามที่จะให้มีการเลือกตั้ง 24 กุมภาพันธ์เพื่อ ให้ได้รัฐบาลประชาธิปไตยเป็นผู้จัดงานพิธีอันยิ่งใหญ่นี้ก็ตาม  ก็ไม่มีความหมาย เมื่อนายวิษณุ เครืองาม ออกมาชี้แจงในวันที่ 4 ม.ค. 62ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จำเป็นต้องเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปไม่ให้ทับซ้อนกับพระราชพิธีและวันที่เหมาะสมก็คือ 24 มีนาคม 2562   ต่อมาในวันที่ 17 มกราคม 2562นายวิษณุ เครืองามก็ออกมาประกาศเลยว่า  พ.ร.ฏ.เลือกตั้ง จะประกาศใช้สัปดาห์หน้า หลังจาก กกต. กำหนดวันเลือกตั้งเบื้องต้นเป็นวันที่ 24 มีนาคม 2562 ซึ่งอาจทำให้เหลือระยะเวลาประกาศผลการเลือกตั้งเพียง 45 วัน  ซึ่งจะกลายเป็นปมเงื่อนข้อกฎหมายที่เป็นเสมือนเครื่องมือที่เผด็จการนำมาใช้ในการเสวยอำนาจให้ยืนยาวนานกันต่อไป หากพวกพ้องเผด็จการได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล คงไม่มีปัญหาให้ต้องตีความว่า การเลือกตั้ง 24 มีนาคมนี้เป็นโมฆะหรือไม่ แต่ถ้าเป็นพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลแน่นอน ปาฏิหาริย์ทางกฎหมายและการตีความแบบสุกเอาเผากินย่อมเกิดขึ้นได้ในประเทศกูมีแห่งนี้

ที่มันระยำที่สุดก็เห็นจะมีแต่พวกพรรคการเมืองไม่ว่าจะหน้าใหม่หรือหน้าเก่า ที่ถูกต้อนเข้าคอกกติกาเผด็จการ  ล้วนแล้วแต่สยบยอมอย่างสิ้นท่าหมดปัญญา ทำได้แค่วิงวอน ร้องขอแบบนกแก้วนกขุนทอง  ครั้งแล้วครั้งเล่า หรือไม่ก็คาดหวังสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันเท่านั้นที่จะขอส่วนแบ่งให้พวกมันได้มาผุดมาเกิดทางการเมืองกับเขากันบ้าง  

ทั้งหมดนี้คือลักษณะของ เจ้าเล่ห์เพทุบาย สามารถโกหกซ้ำซาก ปลิ้นปล้อน มากด้วย กลเกมการเลื่อนการเลือกตั้ง เพื่อยึดอำนาจและเสวยสุขของเผด็จการหัวสากต่อไป โดยไม่ใยดีว่าประเทศชาติกำลังเข้าสู่ความฉิบหายกันมากยิ่งขึ้น   ละครโรงใหญ่เรื่องนี้ ใช้กลเกม ที่มีผู้เล่นมากมายในโครงสร้างส่วนบนของการเมืองไทย เบื้องหน้าไม่ใช่แค่ประยุทธ์กับลิ่วล้อ ที่เป็นแค่ “หัวสาก” และเป็นได้แค่ควายเคี้ยวอ้อย เท่านั้น   แต่ทั้งหมดคือ การสลับฉากกันแสดง จนทำให้เผด็จการหัวสาก ได้ทำลายสถิติ การโกหกได้หลายครั้งอย่างยาวนานที่สุดในรอบ5ปี เป็นการโกหกที่อยู่ในอำนาจได้ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย


 

twoland5

 

“สองแผ่นดิน” รวมบทกวีในคุก สมยศ พฤกษาเกษมสุข 2554-2561 คำนิยมโดย วัฒน์ วรรลยางกูร กวีนอกราชอาณาจักร  ราคา 150 บาท  ค่าส่ง 20.00 บาท รวม 170 บาท  สั่งซื้อด้วยการโอนเงิน 170.00 บาท ในนามของสมยศ พฤกษาเกษมสุข ธนาคารกรุงไทย บัญชีเลขที่ 198-0-12736-0  ส่งสลิป และแจ้งชื่อที่อยู่สำหรับจัดส่ง Email มาที่ editor@prakaifai.com  หรือโทรศัพท์มาที่ 065-557-5005

 

 

49900310_381511939249854_6775950717833183232_n49946911_238526320375695_1201229054779326464_n