บทความ

วิกฤติศรัทธากับการต่อสู้ด้วยอาวุธของคนเสื้อแดง


วิกฤติศรัทธากับการต่อสู้ด้วยอาวุธของคนเสื้อแดง

(บันทึกบอกเล่าตอนที่ 4) สมยศ พฤกษาเกษมสุข

loa4

 

ในปี 2552 หลังจากรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ใช้กำลังทหารจากกองทัพบกซึ่งมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นผู้นำกำลัง”ทหารเสือราชินี “ สนับสนุนแนวหน้าของการทำสงครามสลายการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)ในเหตุการณ์สงกรานต์เลือด13 เมษายน 2552 และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนเสื้อแดง ที่ราชดำเนิน-ประสงค์ระหว่าง 10 เมษายน– 19 พฤษภาคม 2553   ถือเป็น ผลงานการเข่นฆ่า ที่ไม่อาจหาผู้กระทำความผิดได้  ผลงานการฆ่าหมู่นี้เป็นที่ประจักษ์ในสายตาของชนชั้นนำที่กำลังเกิด”วิกฤติศรัทธา”อย่างกว้างขวางในช่วงเวลานั้น   เขาจึงได้รับการปูนบำเหน็จให้เป็นผู้บัญชาการทหารบกซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างเดือนตุลาคม 2553 ถึงตุลาคม 2557 อย่างยาวนานถึง 4 ปี เพราะเขามีลักษณะนิยมเจ้าอย่างเข้มข้น และเป็นคู่ขัดแย้งแบบ”ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ”กับอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร  ถือได้ว่าเขาเป็นสายแข็ง (hardliner) ในกองทัพที่มากมายด้วยพลังทางการทหารและเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงทางการเมือง โดยที่อดีตนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเอง ยังตายใจเลี้ยงดูปูเสื่อประเคนตามความปรารถนาทุกประการ เพราะยิ่งลักษณ์ไม่ได้จำนิทานเรื่องชาวนากับงูเห่าจึงต้องกลายเป็น นารีขี่เครื่องบินระเหเร่ร่อนในต่างแดนทุกวันนี้ 

การเข่นฆ่าคนเสื้อแดงอย่างโหดเหี้ยในปี 2552 เป็นจุดเริ่มต้นทำให้คนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งโกรธแค้น มีการเรี่ยไรเงินอย่างเปิดเผยเพื่อหาซื้ออาวุธเอาไว้ต่อสู้กับพวกทหารปฏิกิริยาอันโหดเหี้ยม วันที่ 10 เมษายน 2553 เมื่อมีการเคลื่อนกำลังทหารสาดห่ากระสุนเข้าใส่คนเสื้อแดง จนบาดเจ็บล้มตายเป็นใบไม้ร่วงหล่นกลางถนน  จึงปรากฏมีกลุ่มชายเสื้อดำ ที่ถนนข้าวสารมีนายกิตติศักดิ์ สุ่มศรี นายปรีชา อยู่เย็น นายรณฤทธิ์ สุริชา และนายชำนาญ ภาคีฉาย ทั้งหมดนี้เป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาที่อาสาตัวเองใช้อาวุธยิงตอบโต้ทหารด้วยความโกรธแค้น(กลุ่มนี้ถูกจับกุมในปี 2557 โดยที่ไปกล่าวหาว่ากลุ่มนี้เชื่อมโยงกับกริชสุดา คุณะเสน หรือเปิ้ล ซึ่งขณะนี้ลี้ภัยอยู่ประเทศเยอรมัน )

กลุ่มคนเสื้อแดงที่เริ่มใช้อาวุธตอบโต้ความรุนแรงของทหารเหล่านี้ ต่อมา วุฒิพงษ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ นักจัดรายการวิทยุชุมชน เอฟเอ็ม 104.10 คลองสาม ปทุมธานี ได้ผันตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องในการหาเงินบริจาคจัดซื้ออาวุธ โดยมีลูกน้องคนสนิทชื่อนายธีรชัย อุตรวิเชียร หรือระพิน เป็นผู้จัดเก็บ ต่อมาวันที่ 18 มีนาคม 2562ก็ถูกตำรวจบุกเข้าค้นบ้านจับกุม โดยระพินได้เปิดเผย ว่าเป็นเพียงผู้จัดเก็บ ไม่เคยมีการนำมาปฏิบัติการแต่อย่างใด ตลอดจนได้เปิดเผยเรื่องราวการลี้ภัยในประเทศลาวของกลุ่มโกตี๋อย่างหมดเปลือก

จนกระทั่งโกตี๋ถูกตั้งข้อหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ตำรวจไทยออกหมายจับและขอตัวจากรัฐบาลลาวให้ส่งตัวกลับประเทศไทย แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ  ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2560 เวลา 21.45 น. โกตี๋ ถูกหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กลุ่มชายชุดดำ 10 คน บุกจู่โจมเข้าจับตัวภายในบ้านพัก พร้อมกุญแจมือ ใช้ ถุงดำครอบหัว ชอร์ตไฟฟ้า  จับตัวโกตี๋ ขึ้นรถตู้ที่เตรียมมาหายตัวไป ใช้เวลาปฏิบัติการตะครุบตัวแบบสายฟ้าแลบเพียง 15 นาที  เท่านั้น  ไม่พบร่องรอยของศพ  ส่วนทางการข่าวจากสภาความมั่นคงฝั่งไทยระบุว่า  “ยังมีชีวิตอยู่” ข่าวการอุ้มฆ่าเป็นเพียงกลยุทธ์หลบหนี เท่านั้น ในขณะที่ลุงสนามหลวงและพรรคพวกยืนยันหนักแน่น ว่าเป็นการปิดเคส “ใบสั่งตาย” นี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วเป็นรายที่สองต่อจากดีเจ ซุนโฮ โดยที่มีสื่อมวลชนไทยบางฉบับแจ้งข่าวว่า ศพของนายโกตี๋หายไปกับกระแสน้ำแห่งแม่น้ำโขงที่ไหลเชี่ยวกรากในเดือนกรกฎาคม 2560 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และไม่ปรากฏข่าวคราวของนายโกตี๋แต่ประการใด

อ่านตอนที่ 3      https://prakaifai.com/2019/03/10/%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99-3-%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%97/

อ่านตอนที่2  https://prakaifai.com/2019/03/05/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%A1-%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3/

รู้เรื่องราวประวัติสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ และการอุ้มฆ่าไปที่   https://youtu.be/TKHIfjX3EOw?t=5

ร่วมด้วยช่วยกันหยุดยั้งความป่าเถื่อน ทวงคืนศพสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์โอนเงินใน
นามสมยศ พฤกษาเกษมสุข ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่  202-255248-3 โทรแจ้ง 065-5575005