ข่าว แรงงาน

2563 ปีแห่งความวิบัติของพนักงานธนาคาร (พร้อมข้อเสนอทางออก)


ปีวิบัติธนาคาร

2563 ปีแห่งความวิบัติของพนักงานธนาคาร (พร้อมข้อเสนอทางออก)

ธนาคาร เป็นกลุ่มทุนการเงินที่ทำกำไรจากดอกเบี้ยและการให้บริการธุรกรรมทางการเงิน จัดได้ว่าเป็นกลุ่มทุนเสือนอนกินมานานทีเดียว ขนาดเศรษฐกิจโดยรวมซบเซาอย่างหนัก กลุ่มทุนธนาคารยังประกาศตัวเลขผลกำไรมหาศาลอย่างเช่น เมื่อ9 เดือนปี 2562 ธนาคารพาณิชย์ 11 แห่งมีผลกำไรสุทธิ 170,481 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,973 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.39% โดยมีธนาคาร 6 แห่งมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ได้แก่ BBL,SCB,BAY,TBANK,CIMBT,TISCO และธนาคาร 5 แห่ง มีกำไรสุทธิลดลงได้แก่ KTB,KBANK,TMB,KKP และ LHFG

เมื่อ 20 ปีก่อน อาชีพพนักงานธนาคาร เป็นอาชีพคอขวด มีแต่คนอยากเข้าไปทำงานเพราะ เป็นงานมั่นคง รายได้ดี สวัสดิการดีมาก  โบนัสสูง  เป็นความภาคภูมิใจของพนักงานในแต่ละปีธนาคารประกาศตัวเลขผลกำไรมหาศาลจากการทำงานของพนักงานแบงก์ แต่มาในยุคนี้ด้วยเทคโนโลยีดิจิตอล ทำให้เกิดการโยกย้ายลูกค้าไปใช้บริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลแพลตฟอร์ม ทั้งโมบายแบงก์กิ้งและการทำธุรกรรมผ่านเครื่องอัตโนมัติ ทำให้ธนาคาร ลดต้นทุนการให้บริการ พร้อมกับรักษาอัตรากำไรได้เหมือนเดิมหรือมากขึ้น ตำแหน่งงานที่จะกระทบก็คือ พนักงานระบบหลังบ้าน พนักงานต้อนรับ พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ พนักงานประจำสาขา และพนักงานประจำสำนักงานใหญ่ คาดว่าจะถูกเลิกจ้างออกไปอีก40 เปอร์เซ็นต์

ท่ามกลางตัวเลขผลกำไรประจำปี มีเพียงบางแห่งที่ผลกำไรนั้นเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง แต่ปรากฏว่า ธนาคารหลายแห่งยุบสาขา ลดจำนวนพนักงานลงอย่างฮวบฮาบ แทบไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจกันมาก่อน ธนาคารยักษ์ใหญ่อย่างเช่น  ธนาคารกสิกรไทย  ปิดสาขาในปี พ.ศ. 2562 ประมาณ 850 แห่งธนาคารไทยพาณิชย์   ทำการลดจำนวนสาขาจาก 1,153 สาขาเหลือ 400 สาขา และลดพนักงานจากจำนวน 27,000 คน เหลือ 15,000 คน

มาในปีนี้ 2563 ธนาคารกรุงไทย ก็เตรียมที่จะลอยแพพนักงานกันอีกด้วยการยุบ 70 สาขา ตั้งเป้าลดพนักงานลงไปอีก 30 เปอร์เซ็นต์  จากจำนวนพนักงานทั้งหมดราว 21,000 คน  และก็แน่นอน ธนาคารอีกหลายแห่งที่จะประกาศปรับองค์กรใหม่ ด้วยการลดพนักงานให้เหลือน้อยลง

พนักงานธนาคารเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ มีความรอบรู้ และทำงานอย่างหนักหน่วง เคยภาคภูมิใจในการเป็นพนักงานแบงก์  มาถึงตอนนี้ กลายเป็นอาชีพเสี่ยง ไม่รู้อนาคตตัวเอง และ เมื่อถูกเลิกจ้างลอยแพไปแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะไปทำงานที่ใหม่ได้อย่างไร  จากสาวแบงก์ที่เรียกว่า ไวท์คอลล่า จะให้ไปทำงานเป็นสาวโรงงานที่เรียกว่าบลูคอลล่า คงเป็นไปไม่ได้ บรรดาพนักงานแบงก์จึงต้องเผชิญกับความยากลำบากหนักเข้าไปเป็นทวีคุณเข้าไปอีก   การปลดพนักงานครั้งใหญ่ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและค่าครองชีพที่แพงสูงลิ่ว จะทำให้ปัญหาการว่างงานของพนักงานธนาคารกลายเป็นวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจได้ และจะหนักหนาสาหัสมากเข้าไปอีกที่มีรัฐบาลไม่เอาไหนอย่างประยุทธ์ จันทร์โอชาที่ไร้ความสามารถทางเศรษฐกิจแต่กลับอวดดีตั้งตนเองเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเสียเอง

ถึงแม้ธนาคารจะรักษาอัตรากำไรไว้ได้  แต่ในแง่ผลกำไรสูงสุด ธนาคารเหล่านี้เลือกที่จะปลดพนักงานออกไปมากกว่ารักษาการจ้างงานของพนักงานเหล่านี้ และ แน่นอนวิธีการที่นายจ้างจะใช้ในการเลิกจ้างพนักงานก็คือ การบีบให้ออกจากงานไปเองสารพัดวิธีการที่ทำกัน เช่นมอบหมายงานเพิ่ม ให้หาลูกค้าซื้อผลิตภัณฑ์ ทำไม่ได้ก็โดนเตือน หนักเข้าก็ย้ายสาขา ย้ายไปไกลๆ  พนักงานถูกกดดันก็จะลาออกไปเอง  โดยที่กระทรวงแรงงาน ไม่สามารถช่วยเหลือหรือปกป้องสิทธิของพนักงานเหล่านี้ได้  แม้แต่สหภาพแรงงานเองก็เลือกที่จะอยู่เฉยๆ ไม่รู้ร้อนหนาวในสถานการณ์ที่พนักงานถูกกดดันอย่างหนัก หลายแห่งผู้นำสหภาพแรงงานก็เป็นฝ่ายนายจ้างไปเสียเอง

2563 ปีนี้จึงเป็นปีแห่งความวิบัติของพนักงานธนาคาร ปีแห่งความทุกข์ยากลำเค็ญของคนทำงานทั้งที่เป็นไวท์คอลล่า(พนักงานสำนักงาน)และบลูคอลล่า (พนักงานโรงงาน)

ทางด้านผู้เชี่ยวชาญปัญหาแรงงาน นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ทางออกของพนักงานแบงก์มีหลายทางด้วยกัน 1. เก็บเงินไว้มากๆ ไว้ใช้สอยตอนตกงาน ใครมีเมียหลายคนเตรียมปลดออก ให้เหลือน้อยที่สุดจะได้ไม่เป็นภาระตอนตกงาน ถ้ามีผัวหลายคน เก็บไว้จะได้ใช้พึ่งพาตอนตกงาน แต่ถ้าคนไหนเกาะเรากินก็ถีบหัวออกไปก่อน 2 ใครที่กำลังถูกกดดันกลั่นแกล้ง เพื่อให้เราทนไม่ได้ลาออกไปเอง ต้องอดทนเข้าไว้ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้เพื่อหาทางตอบโต้ 3. กดดันให้สหภาพแรงงานเจรจาต่อรองให้ธนาคาร ลดชั่วโมงการทำงาน มีวันหยุดมากขึ้น พักร้อนมากขึ้น เพื่อเฉลี่ยการทำงานไว้ เพราะธนาคารเองก็ยังมีผลกำไร  4 เรียกร้องให้ธนาคารจ่ายเงินค่าชดเชยให้มากกว่าตามกฎหมายแรงงาน หรือไปเรียกร้องให้กองทุนประกันสังคมเพิ่มเงินประกันการว่างงาน 5ร่วมไม้ร่วมมือกัน อย่าเอาตัวรอดหรือตัวใครตัวมัน แบบถีบหัวเพื่อนออกไป ต้องต่อรอง ถ้าออกก็ออกกันหมด ไม่มีคนทำงานเหลือให้ธนาคารได้จิกหัวใช้งาน 6. สหภาพแรงงานสามารถเป็นตัวแทนพนักงานธนาคารในการปรึกษาหารือหรือเจรจาต่อรองเพื่อรักษาการจ้างงานไว้หลายประเทศถึงกับพร้อมใจกันนัดหยุดงานเลยทีเดียว.6 ปัญหาของพนักงานธนาคารเกิดจากความล้มเหลวที่มีรัฐบาลเผด็จการที่ไร้ความสามารถทางเศรษฐกิจ พนักงานธนาคารจึงต้องออกมาช่วยกันไล่รัฐบาลออกไป จะได้มีรัฐบาลที่มีความสามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจต่อไป

สมยศ พฤกษาเกษมสุข12.1.63

 

ยุทธการไล่ล่าโฆษณา

 

ถังเฉ้า