ข่าว

อดีตนักโทษการเมืองยื่นข้อเสนอ 10 มาตรการแก้ปัญหาโควิดในเรือนจำ


‘กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย’ โต้ รมต.ยุติธรรมสาเหตุโควิดในเรือนจำไม่ได้มาจากแกนนำคณะราษฎร เสนอ 10 มาตราการแก้โควิดในเรือนจำ

‘กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย’ โดยนายเจษฎา ศรีปลั่ง พร้อมอดีตนักโทษการเมืองประกอบไปด้วย สมยศ พฤกษาเกษมสุข วรรณวลี ธรรมสัตยา , ณัฏฐิดา มีวังปลา, เอกชัย หงษ์กังวาน และ พรหมศร วีระธรรมจารียื่นหนังสือตอบโต้รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทินพร้อมทั้งขอ้เรียกร้อง 10 ข้อแก้ไขการแพร่ระบาดโควิดในเรือนจำโดยมี ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้แทนที่เดินทางมารับมอบหนังสือ

วรรณวลี ธรรมสัตยา แกนนำคณะราษฎรที่ถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษธนบุรีกล่าวว่ามีการปกปิดการให้ข้อมูลข่าวสารภายในเรือนจำ และยังขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันเช่นหน้ากากอนามัย

ณัฎฐิดา มีวังปลา อดีตผู้ต้องขังฑัณฑสถานหญิงกลาง ได้เปิดเผยว่า นักโทษที่พ้นโทษหรือปล่อยตัวออกมาที่ติด
โควิด   ยังไม่ได้รับความสะดวกจากเรือนจำในการจัดส่งตัวไปยังสถานพยาบาลอื่น รวมทั้งผู้ป่วยโควิดในเรือนจำยังขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานของนักโทษหญฺงเช่นขาดแคลนผ้าอนามัย ซึ่งกรมราชทัณฑ์ควรจัดสวัสดิการดังกล่าวมาให้  

นายเอกชัย หงกังวาน อดีตผู้ต้องขังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ได้เรียกร้องต่อกรมราชทัณฑ์ให้เปิดเผยรายละเอียดของผู้ป่วยโควิดในเรือนจำเพราะยังไม่มีการแจ้งจำนวนผู้เสียชีวิตและอีกหลายเรือนจำยังไม่ปรากฏรายงานการติดเชื้อโควิด กรมราชทัณฑ์เพิ่งมีการแถลงการติดเชื้อโควิดเพียงแค่ 13 เรือนจำจากจำนวนเรือนจำทั่วประเทศ 143 แห่งด้วยกัน

นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ซึ่งได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพเมื่อวันที่ 23 เมษษยน 2564 ได้แถลงว่า เมื่อวันที่ 17 พค.2564 รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมนายสมศักดิ์ เทพสุทินระบุว่า การแพร่เชื้อโควิดในเรือนจำเกิดจากกลุ่มนักโทษปฏิเสธการตรวจโควิดเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2564 ซึ่งหมายถึงกลุ่มแกนนำคณะราษฎร 7 คน มีอานนท์ นำภา พริษฐ์ ชีวรักษ์ ชูเกียรติ แสงวงศ์ ปิยะรัฐ จงเทพ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา นายปฏิวัฒน์ สาหร่ายแย้ม ภาณุพงษ์ จาดนอก สมยศ พฤกษาเกษมสุข เป็นการรับข้อมูลที่ไม่ตรงกับความจริง แสดงให้เห็นถึงอคติที่มีต่อแกนนำคณะราษฎร โดยที่แกนนำคณะราษฎรปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง ได้ติดเชื้อโควิดมาจากภายในเรือนจำ จึงเรียกร้องให้กรมราชทัณฑ์เปิดเผยความจริงจนมีการแถลงความจริงต่อสาธารณชนเมื่อว่ามีผู้ติดเชื้อโควิดที่ทัณฑสถานหญิงกลาง 1040 คน การปฏิเสธว่ารุ้งไม่ได้ติดเชื้อโควิดจึงเป็นการปฏิเสธความจริงและความรับผิดชอบต่อการแก้ไขการระบาดโควิดในเรือนจำ

หนังสือยังได้เสนอแนะ 10 มาตรการ แก้ไขปัญหาโควิดในเรือนจำ 10 ข้อ อาทิเช่น1. ยอมรับความจริง และเปิดเผยข้อมูลการแพร่ระบาดอย่างตรงไปตรงมา เพราะจุดเริ่มต้นหากไม่มีข่าวว่ามีแกนนำกลุ่มราษฎรติดเชื้อ สาธารณชนก็จะไม่มีวันทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในเรือนจำ 2. เพิ่มเบี้ยเลี้ยงและค่าเสี่ยงภัยให้เจ้าหน้าที่ราชฑัณฑ์ 3.จ่ายเงินค่าชดเชยและเงินเยียวยาให้กับผู้ต้องขังที่ติดเชื้อโควิดจากความบกพร่องของราชการ 4. ฉีดวัคซีนให้เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง 5.จัดสวัสดิการจำเป็นและสาธารณูปโภคให้ผู้ต้องขัง 6.ให้ศาลประกันตัวและตำรวจชะลอการฝากขังให้สอบสวนตามปกติ  ฯลฯ

ด้านร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่ากระทรวงยุติธรรมเปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมพยายามแก้ปัญหาปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งการเร่งแก้ปัญหาการแพร่ระบาด และปัญหาความแออัดในเรือนจำ ซึ่งก็ยอมรับในข้อบกพร่องที่มีการแก้ปัญหาต้องใช้เวลา และที่สำคัญคืองบประมาณการสนับสนุน ซึ่งจะนำข้อเรียกร้องดังกล่าวไปเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย
46/428 ม.ริมสวน ประชาอุทิศ 12 ดอนเมือง กรุงเทพ 10210 โทร.065-5575005
วันที่ 21 พฤษภาคม 2564
เรื่อง  ชี้แจงความจริงและข้อเสนอแนะการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาด โควิดในเรือนจำ
เรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

               ตามที่รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 17 พค.2564 ระบุถึงสาเหตุของการแพร่ระบาดโควิดในเรือนจำมาจากกลุ่มนักโทษที่ไม่ให้ความร่วมมือการตรวจโควิดเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2564 ซึ่งหมายถึงกลุ่มนักโทษการเมืองจำนวน 7 คนประกอบไปด้วย 1.นายอานนท์ นำภา 2.นายพริษฐ์ ชีวรักษ์ 3.นายภาณุพงษ์ จาดนอก 4.นายปิยะรัฐ จงเทพ 5.นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา 6 นายชูเกียรติ แสงวงศ์ 7 นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ทางกรมราชทัณฑ์มาตรวจโควิดในเวลาเที่ยงคืนและตีสอง โดยกล่าวโทษไปที่กลุ่มนักโทษดังกล่าวไม่ให้ความร่วมมือการตรวจโควิดจนเป็นสาเหตุการแพร่ระบาดโควิดในเรือนจำนั้น เป็นการให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนและไม่ตรงความจริงทั้งหมด เป็นการกลบเกลื่อนปัญหาการแพร่ระบาดโควิด ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาการแพร่ระบาดโควิดได้  

             หากท่านต้องการความจริงแล้วขอให้ท่านได้ตรวจสอบความจริงจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และนักโทษการเมืองในวันที่15มีนาคม 2564 และส่วนหนึ่งสามารถเข้าไปอ่านเรื่องดังกล่าวได้ที่ https://prakaifai.com/2021/05/09

             นอกจากนี้แล้วกรมราชทัณฑ์ยังปฏิเสธอีกว่า ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล(รุ้ง) ที่ติดเชื้อโควิด ได้รับการปล่อยตัวจากฑัณฑสถานหญิงเมื่อวันที่ 6 พค.และแพร่เชื้อต่อครอบครัวอีกด้วย โดยที่กรมราชทัณฑ์แถลงว่าไม่ได้ติดเชื้อโควิดมาจากเรือนจำ ทั้งๆที่ฑัณฑสถานหญิงกลางมีผู้ติดเชื้อโควิดเป็นจำนวนถึง 1040 รายระหว่างที่ปนัสยายังถูกคุมขังอยู่ รวมทั้งยัง มีนักโทษหญิงที่ได้รับการปล่อยตัวหลายคนติดเชื้อโควิดออกมาอีกด้วย ย่อมเป็นที่ชัดเจนว่า การปฏิเสธดังกล่าวนี้เป็นการบิดเบือนความจริงและปฏิเสธความรับผิดชอบต่อการปกปิดความจริงการแพร่ระบาดของโควิดในเรือนจำ

             การที่นักโทษการเมืองหลายคนยังถูกคุมขังในขณะนี้ จึงขอเรียนชี้แจงความเป็นจริง พร้อมทั้งข้อเสนอแนะ มายังรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมเพื่อแก้ปัญหาการแพร่ระบาดโควิดภายในเรือนจำ ดังต่อไปนี้

1.กลุ่มนักโทษการเมือง โดยอานนท์ นำภา และคณะจำนวน 10 คนทั้งหมดยังเป็นผู้บริสุทธิ์แต่ถูกจองจำจากการไม่ได้รับสิทธิประกันตัว ไม่เพียงแต่ได้รับความทุกข์ทรมานจากการสูญเสียอิสรภาพแล้วยังติดเชื้อโควิดภายในเรือนจำอีกด้วย โดยที่พวกเขาได้ออกออกมาเปิดเผยว่า ผู้ต้องขังติดเชื้อโควิดจำนวนมาก หากพวกเขาไม่ได้ติดต่อกับทนายความที่ไปเยี่ยมแล้ว สาธารณชนจะไม่มีวันรับทราบจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในเรือนจำ จนกระทั่งขณะนี้มีการเปิดเผยตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดในเรือนจำ 15 แห่งเป็นจำนวน 10,384 คน จึงต้องถือว่า นักโทษการเมืองโดยอานนท์ นำภา เหล่านี้ต้องเสี่ยงอันตรายโควิดและได้เปิดเผยการแพร่ระบาดของโควิดให้สาธารณชนรับทราบ    จนกรมราชทัณฑ์ยอมรับความจริงเปิดเผยตัวเลขเมื่อวันที่12 พค.64

2. การที่ท่านคาดโทษเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่ไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดโควิดในเรือนจำได้ อาจไม่เป็นธรรมและเป็นการกดดันเจ้าหน้าที่ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขังทำงานกันหนักหน่วง จนหลายคนติดเชื้อโควิดจำนวนมาก และอีกหลายคนต้องถูกกักกันโรคไปด้วย ดังนั้นควรอย่างยิ่งที่จะต้องจัดส่งบุคลากรสาธารณสุขเพิ่มเติมเข้าไปทำงานควบคุมการแพร่ระบาดในเรือนจำอีกด้วย ในส่วนของเจ้าหน้าที่ควบคุมนักโทษที่ต้องถูกกักกันโรคและทำงานล่วงเวลาควรพิจารณาเพิ่มเงินตอบแทนค่าเสี่ยงภัยให้มากกว่าเดิมและเงินเบี้ยเลี้ยงระหว่างการปฏิบัติหน้าที่

3. ลดความแออัดหนาแน่นของนักโทษจากปัจจุบัน 310,000 คนให้เหลือ200,000 คน ด้วยการจัดให้การพักการลงโทษสำหรับนักโทษที่มีโทษเหลือไม่เกิน 3 ปี  ให้การพักโทษกรณีพิเศษสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ ผู้ป่วยจิตเวช  การใช้กำไลควบคุมนักโทษที่ปล่อยตัวไป     รวมทั้งจัดทำพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษโดยทันที การลดความแออัดจะช่วยให้การควบคุมการแพร่ระบาดได้ง่ายขึ้นและรองรับการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโควิดได้เพียงพอ

3. จ่ายเงินชดเชย-เยียวยา ผู้ติดเชื้อโควิดในเรือนจำ โดยคำนวณจากความเสียหายและคำนวณตามอัตราการประกันภัยทั่วไปจากการติดเชื้อโควิดที่เกิดจากความบกพร่องและด้อยประสิทธิภาพในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด

4. เปิดเผยความจริงและรายละเอียดการแพร่ระบาดโควิดในเรือนจำ    จัดทำศูนย์ข้อมูลสื่อกลางรายงานการติดเชื้อของนักโทษของทุกคนให้สาธารณชนรับทราบ และให้ญาติ-มิตรของนักโทษรับทราบประจำวัน รวมทั้งจัดให้มีการสื่อสารเยี่ยมญาติออนไลน์ให้นักโทษทุกคน ให้มีจำนวนมากขึ้น

5.  จัดหาวัคซีนปลอดภัยเพื่อฉีดให้เจ้าหน้าที่และนักโทษโดยรวดเร็ว

6.  ประสานงานให้ศาลยุติธรรมให้การประกันตัวผู้ถูกกล่าวหาทุกราย แทนการสั่งคุมขัง  ให้ตำรวจทำการสอบสวนตามกระบวนการปกติ หลีกเลี่ยงการขอฝากขัง

7.   จัดสวัสดิการพื้นฐานสำหรับผู้ถูกกักกันโรค แจกหน้ากากอนามัย-เจล ล้างมือ ให้เพียงพอ แจกของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น ปรับปรุงคุณภาพอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จัดให้มีผ้าอนามัยสำหรับผู้ต้องขังหญิงที่ถูกกักกันโรค

8.  กรณีผู้ป่วยโควิดที่รักษาอยู่ในห้องขัง ให้ส่งตัวไปรักษาพยาบาลไปยังสถานพยาบาลอื่นๆเพื่อลดความแออัดของผู้ป่วยในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ จัดหาอุปกรณ์การแพทย์ให้เพียงพอ

9.    จัดการสาธารณูปโภคให้เพียงพอ เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา  ผ้าห่มนอน

10.  จัดยารักษาโควิดให้เพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วยโควิดในเรือนจำและ ส่งตัวผู้ป่วยโควิดไปยังโรงพยาบาลต่างๆ  อำนวยความสะดวกการปล่อยตัวนักโทษที่ติดเชื้อโควิด และการติดตามผลหลังการปล่อยตัวไปแล้ว

        จึงเรียนมายังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโควิดในเรือนจำ และขอให้แจ้งผลการดำเนินงานให้สาธารณชนรับทราบด้วย

ขอแสดงความนับถืออย่างสูง

นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นายเอกชัย หงส์กังวาน  นางสาวณัฏฐิดา มีวังปลา นางสาววรรณวลี ธรรมสัตยา  
นายพรหมศร  วีระธรรมจารี   นายเจษฎา ศรีปลั่ง