
เรื่องระยำหมาในประกันสังคม
ผมร่วมผลักดันประกันสังคมในปี 2533 เคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา33 และปัจจุบันมาตรา 39 ใช้สิทธิ์เพียงแค่การรักษาพยาบาล ป่วยไม่มากก็หาซื้อยากินเอง ไม่ต้องการไปใช้สิทธิ์รักษาที่โรงพยาบาล เพราะ ไปครั้งหนึ่งใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆ แล้วโรงพยาบาลก็ไม่มีที่จอดรถ คนป่วยแออัดหนาแน่น ไม่มีที่นั่งต้องยืนรอการตรวจและหมอใช้เวลาตรวจไม่กี่นาที
เมื่อกันยายน2568 หูด้านขวามีเสียงอื้ออึง พบหมออายุรกรรมไม่พบสาเหตุและรักษาไม่หาย นัดตรวจหมอหูเฉพาะทางเดือนธันวาคม 68 ตรวจระดับการได้ยินพบว่า ระดับการได้ยินลดลง 20 เปอร์เซ็นต์ ให้มาตรวจอีกครั้งเดือนมกราคม 69 ถึงวันนัด โรงพยาบาลแจ้งเลื่อนบอกว่า หมอหูลาออกไป ไม่มีหมอหูให้ตรวจ เป็นอันว่าไม่ได้รักษาเสียงดังในหู มันทรมานมาก จะไปหาหมอเอกชนก็แพงฉิบหาย
ประกันสังคมมีเงินสูงถึง 2.9 ล้านล้านบาท แต่มารตฐานการรักษาพยาบาลโครตระยำสุนัข รักษาแบบอนาถา ต่ำกว่า สปสช.เสียอีก ส่งเสียงเรียกร้องไปก็หายเงียบ บอร์ดประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตนมาจากการเลือกตั้งต้องสาละวนอยู่กับเรื่องเหี้ยๆที่มีการนำเงินมหาศาลไปลงทุนภาคธุรกิจ จำนวนมากล้างผลาญในการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงและราคาสูงกว่าปกติ บอร์ดประกันสังคม ไม่มีเวลาพิจารณาเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตน
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมได้ทีมประกันสังคมก้าวหน้าไปตรวจสอบพบเรื่องเหี้ยๆสารพัด ตอนนี้พวกเหี้ยๆจะเปลี่ยนการเลือกตั้งจากหนึ่งคนเลือก 7 คน เปลี่ยนเป็นหนึ่งคนเลือกได้1คน ใครได้สูง7อันดับก็ได้เป็นบอร์ดประกันสังคม คือเลือกได้คนเดียว( อีก 6 คนกูไม่ได้เลือก) สิทธิเลือกตั้งของผู้ประกันตนหายไปอีก เป็นการเปลี่ยนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมให้ระยำหมาเข้าไปอีก
เล่าสู่กันฟัง เผื่อว่าใครมีเรื่องระยะหมาในประกันสังคมมาเล่าให้ฟังกันอีก
สมยศ พฤกษเกษมสุข
