ข่าว

คัดค้านโรงเรียนบังคับนักเรียนแปรอักษรในงานจตุรมิตรสามัคคีครั้งที่ 30


คัดค้านโรงเรียนบังคับนักเรียนแปรอักษรในงานจตุรมิตรสามัคคีครั้งที่ 30

การจัดการแข่งขันฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคีครั้งที่ 30 ประกอบไปด้วย 4 โรงเรียนมัธยมชื่อดังของประเทศไทย คือ เทพศิรินทร์ อัสสัมชัญ กรุงเทพคริสเตียน และสวนกุหลาบ ครั้งที่ 30 มีนายวิธาน พรหมสินธุศักดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพศิรินทร์ เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ในระหว่างวันที่ 11 – 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

ในวันนี้(11.11.66)เวลา 7.00 น.ครู-อาจารย์นำ นักเรียนเทพศิรินทร์กว่า 3000 คนเดินจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ ถนนผดุงกรุงเกษมไปสนามศุภชลาศัย สนามกีฬาเเห่งชาติ ในขณะที่กลุ่มนักเรียนเลวกว่า 10 คน นำโดยอันนา อันนานนท์ มีศิษย์เก่าเทพศิรินทร์และสวนกุหลาบร่วมแจกใบปลิว ระบุว่าปัญหาการบังคับเชียร์และการแปรอักษร ไม่คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็ก เด็กเป็นผู้ทุกข์ทรมานที่สุด ได้รับผลตอบแทนน้อยที่สุด  มีการห้ามไม่ให้ปัสสาวะ ปล่อยให้ตากแดดเป็นเวลานานติดต่อกัน การไม่เข้าร่วมกิจกรรมเชียร์และแปรอักษรจะถูกตัดเกรด เป็นการละเมิดสิทธิเด็ก นักเรียนย่อมมีสิทธิโต้แย้งไม่เห็นด้วยกระทั่งอาจฟ้องร้องต่อผู้จัดงาน โดยผู้ร้องไม่ถูกคุกคามหรือไม่ถูกลงโทษ

ระหว่างการแจกใบปลิว นายวิธาน พรหมสินธุศักดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพศิรินทร์ เข้ามาต่อว่าและขัดขวางไม่ให้นักเรียนรับใบปลิวดังกล่าว โดยให้นักเรียนวิ่งผ่านบริเวณดังกล่าวโดยเร็ว พร้อมทั้งแจ้งให้ตำรวจเข้ามาดำเนินคดีจากการที่มีการพูดผ่านโทรโข่งว่า โรงเรียนไม่มีสิทธิบังคับนักเรียนให้เข้าร่วมกิจกรรมแปรอักษร

ความเห็นจากอดีตศิษย์เก่าเทพศิรินทร์จากเพจ Pipob Udomittipong ได้โพสต์ข้อความว่า  ในฐานะศิษย์เก่า ไม่ฐานะเคยนั่งตากแดดหัวแดงแปรอักษรเมื่อ 40 ปีที่แล้ว เข้าใจความรู้สึกของคนที่อยากให้ยกเลิก แต่อะไรที่ปฏิบัติกันมาเป็น “ประเพณี” คงมีเหตุผลที่มันยังดำรงอยู่ได้ นอกจากเป็นเพราะการบังคับหรือหักคะแนน ฝ่ายค้านควรมีผลสำรวจความเห็นว่ามีนร.ที่อยากให้ยกเลิกมาแสดงด้วยครับ

ขณะที่Teerat Panijudompach ศิษย์เก่า โรงเรียนสวนกุหลาบ โพสต์ข้อความว่า “ ผมเชื่อว่าสำหรับสถาบันที่ชื่อว่าโรงเรียน “นักเรียน” ย่อมสำคัญกว่า “ประเพณี” หรือ “ความเป็นสวนกุหลาบ” แน่นอน มันควรจะเป็นอย่างนั้น ถ้าโรงเรียนมีนักเรียนเป็นศูนย์กลางจริง ๆ คุณให้เด็กเลือกไปนานแล้ว ไม่บังคับแบบนี้หรอก ….ถ้ากลัวว่าแสตนด์จะไม่เต็ม ก็ให้ศิษย์เก่าที่เขาอินเข้าสายเลือดหนะมาแปรอักษรแทนเลย อย่าส่งภาระความเหน็ดเหนื่อยในการแปรอักษรให้เด็กนักเรียน อย่าให้นักเรียนต้องมาตอบสนองความใคร่โรงเรียนของพวกคุณ แล้วพวกคุณก็ไปสนุกเย้ว ๆ กับการเชียร์บอล ประเพณีใด ๆ ถ้าวันนึงมันล้าหลังไปแล้ว มันถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนแปลง ยังไงมันก็ต้องเกิดขึ้น คุณไม่สามารถจะเหนี่ยวรั้งบางสิ่งบางอย่างให้คงอยู่ตลอดไปไม่ได้อยู่แล้ว ศิษย์เก่าที่จบไปแล้วคุณหวงแหนสิ่งที่คุณรักได้ แต่คุณก็ต้องรับให้ได้สิถ้าวันนึงมันจะเปลี่ยนแปลงไปแล้วไม่เหมือนเดิมแล้ว และคุณก็ต้องเคารพด้วย ถ้าวันนึงมีคนมาท้าทายแล้วคิดจะเปลี่ยนแปลงมัน