
การพังทลายทางศีลธรรม
คดี 19 กันยา ทวงคืนอำนาจราษฎรวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เป็นการสืบพยานฝ่ายโจทก์ จำนวน 3 ปาก แต่ศาลให้ตัดพยานโจทก์คนที่ 2 ออก เนื่องจากบันทึกคำให้การไม่มีข้อเท็จจริงส่วนใดให้การไปถึงจำเลย 22 คน จึงให้ตัดออก การสืบพยานโจทก์ในตอนบ่าย ระหว่างการไต่สวน ทนายอานนท์ นำภา ซักค้าน มีประเด็นซักค้านซึ่งเป็นความเป็นจริงเกี่ยวกับกษัตริย์ พยานโจทก์จะตอบเพียง “ไม่ขอตอบ “ คำถามหนึ่งที่ทนายอานนท์ถามพยานโจทก์ก็คือ “ ผู้ชายที่เคยหย่าร้างหลายคน และยังมีเมียหลายคน สมควรเป็นแบบอย่างสำหรับคนรุ่นใหม๋ได้หรือไม่ ” คำตอบคือ “ ไม่ขอตอบ “ และ”ไม่มีความเห็น”
เป็นเพียงคำถามเชิงศีลธรรมที่เป็นค่านิยมในสังคมไทย เป็นถึงข้าราชการระดับสูงไม่รับรู้และไม่มีความเห็น ไม่กล้าที่จะตอบ นั่นหมายความว่า ศีลธรรมในสังคมไทยพังทลายลงไปแล้ว ทั้งๆที่รับรู้กันทั่วไปแล้วว่า ผู้มีอำนาจการเมืองในสังคมไทยที่ควรเป็นผู้นำทางศีลธรรม แต่กลับมีพฤติกรรมสำส่อน ผิดศีลธรรม และ ทำลายค่านิยม ผัวเดียว เมียเดียว ไปจนหมดสิ้น
ไม่ใช่ศีลธรรมพังทลายไปแล้วเท่านั้น แต่ความกล้าหาญ และการพูดความจริงยังถูกทำลายออกไปจากตัวบุคคลไปอีกด้วย
แต่สำหรับคนที่สูญเสียอิสรภาพอย่างทนายอานนท์ นำภา ขณะที่ต้องทุกข์ทรมานแสนสาหัส อานนท์ นำภา ยังรักษาศีลธรรมและความจริงอย่างไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าศีลธรรมและความจริงนั้นจะทำให้อานนท์ถูกจองจำในคุกตะรางก็ตาม
