
จากอานมอเตอร์ไซต์สู่วีลแชร์
“ไรเดอร์”จิมมี่ ในวันที่ไร้หลักประกันสังคม
24 มิถุนา 64 เวลา 16.30 น. แสงแดดร้อนระอุเริ่มอ่อนแสงลง เปลี่ยนเป็นสีส้มทองทอดละมุน เมฆเทาเคลื่อนตัวบังประกายแดดสุดท้าย เส้นทางลาดยางที่ทอดยาว รถยนต์หลากชนิดเร่งความเร็วเพื่อจะได้กลับบ้านที่ซึ่งอาหารมื้อเย็นและครอบครัวรออยู่
“จิมมี่”มณีวรรณ มณีสีขำ อยู่อำเภออุทัย จังหวัดอยุธยา เป็นไรเดอร์สาว วิ่งมอเตอร์ไซค์อยู่เลนซ้าย ด้านหลังบรรจุกล่องอาหารสีเขียวอันเป็นเครื่องมือทำกิน เธอกำลังขนส่งผัดกะเพราทะเลราคา180บาทในระยะทาง 5 กิโลเมตรไปให้ลูกค้า ได้ค่ารอบส่งอาหาร 40 บาท เป็นรอบสุดท้ายของวันที่เธอทำงานยาวนานชั่วโมง รถบรรทุกหกล้อวิ่งตะบึงด้วยความเร็วก่อนหักเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมันตราดาว
แสงแดดสีส้มสะท้อนกระจกมองหลังเป็นประกายวิบวับ โดยที่ไม่มีใครคาดคิดว่านั่นจะเป็นแสงสุดท้ายที่งดงาม… ก่อนความมืดมนจะมาเยือน
เสียงดังสนั่นลั่นพื้นถนน ตามด้วยเสียงแรงปะทะอย่างแรง รถบรรทุกสูญเสียการทรงตัวจากความเร็วพุ่งเข้าชนท้ายรถมอเตอร์ไซค์คันเล็กอย่างจัง แรงกระแทกส่งร่างของไรเดอร์สาวลอยละลิ่วร่วงหล่นพื้นถนน กล่องอาหารกะเพราทะเลกระเด็นหลุดลุ่ย รถมอเตอร์ไซต์สีฟ้าพังยับเยิน เสียงตะโกนกรีดร้องอึกทึก หน่วยกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลอยุธยาต้องตัดขาขวาเหนือหัวเข่าออก เพราะกระดูกแตกละเอียดเกินกว่าจะรักษาไว้ได้
เป็นช่วงเวลาของความเจ็บปวดที่เนิ่นนานในโรงพยาบาลถึง 3 เดือน ไม่ใช่แค่เจ็บปวดจากการสูญเสียขาเท่านั้น ระหว่างนี้ยังติดโควิดและส่งผลให้โรคพุ่มพวงหรือแพ้ภูมิตัวเอง (SLE)กำเริบ ส่วนการฟื้นฟูร่างกายที่ขาขาดไปข้างหนึ่งกินเวลาไปอีกหนึ่งปีเต็ม ระหว่างนี้ได้รับเงินประกันอุบัติเหตุรถบรรทุก 8 แสนบาท ที่นำมาใช้รักษาและฟื้นฟูร่างกาย แม่ของเธอต้องออกจากงานเพื่อดูแลเธอจนเงินก้อนนี้หมดสิ้นไปอย่างรวดเร็ว
บริษัทไลน์แมนแสดงความห่วงใยด้วยเงินช่วยเหลือ 15000 บาท แล้วหายเงียบไป ผู้บริหารจากบริษัทแพลตฟอร์มแห่งหนึ่ง ออกมาพูดว่า ไรเดอร์ไม่ใช่ลูกจ้าง จึงไม่ต้องรับผิดชอบต่ออันตรายที่เกิดจากการทำงานให้บริษัทในขณะที่นักกฎหมายแรงงานคนหนึ่งออกมาพูดว่า สัมพันธภาพของแพลตฟอร์มกับไรเดอร์เหมือนจะมีอยู่ แต่ถูกดูดกลืนสู่หลุมดำเพราะถูกบิดเบือนว่าเป็นแรงงานกึ่งอิสระ ไรเดอร์อยู่นอกสารบบที่กฎหมายแรงงานจะให้การคุ้มครองได้
ก่อนจะมาเป็นไรเดอร์”จิมมี่” เธอสูญเสียพ่อที่ทำงานหาเลี้ยงครอบครัวเธอจึงทำงานในตำแหน่งวิศวกรรมโยธาด้วยเงินเดือน 20000 บาท ต้องดูแลค่าใช้จ่ายในครอบครัว ด้วยความใฝ่ฝันที่จะทำงานเก็บเงินสร้างบ้านใหม่ แต่แล้วโควิดทำให้เธอต้องตกงานและผันตัวเองสู่อาชีพไรเดอร์ นำมาสู่อุบัติเหตุที่ต้องสูญเสียข้าข้างหนึ่งและต้องต่อสู้กับโรคพุ่มพวง แม่ของเธอต้องออกจากงานเพื่อคอยดูแลจิมมี่ ทำให้ความใฝ่ฝันของจิมมี่พังทะลายไป รายได้ยังชืพได้จากรัฐบาลเพียงเดือนละ 800บาทไม่เพียงพอสำหรับการดำรงชีพของเธอและแม่ที่ต้องดิ้นรนทำงานทุกอย่างเพื่อดูแลกำลังใจและรักษาให้ชีวิตจิมมี่ได้ไปต่อ
เธอฝากบอกไรเดอร์ด้วยกันว่า ไรเดอร์ทำงานขนส่งหล่อเลี้ยงให้สังคมเจริญเติบโต แต่การทำงานของไรเดอร์กลับอยู่บนความเสี่ยงทุกเวลา จึงต้องมีการประกันสังคมที่เป็นหลักประกันรายได้ระหว่างการเจ็บป่วย พิการ การคัดค้านประกันสังคม จะเป็นการทำลายตนเอง ให้ชีวิตไรเดอร์อยู่กับความเสี่ยงที่ไร้หลักประกันทางสังคม
จิมมี่สูญเสียขาข้างหนึ่ง สูญเสียอาชีพและความใฝ่ฝันถึงอนาคตที่ดีงาม แต่ไม่ได้สูญเสียกำลังใจ เธอกำลังดิ้นรนหางานทำสำหรับคนพิการและส่งเสียงเรียกร้องให้ไรเดอร์ มีหลักประกันในรายได้และความมั่นคงในชีวิต ระหว่างนี้ขอเชิญชวนโอนเงินให้เธอมณีวรรณ มณีสีขำ พร้อมเพย์ 0841366791 จำนวน 30 บาท เป็นกำลังใจให้จิมมี่และครอบครัวซึ่งกำลังหางานทำสำหรับผู้พิการ ให้ดำรงชีวิตและต่อสู้กับความยากลำบากในภาวะเศรษฐกิจถดถอย
สำหรับผู้พิการที่ยังคงต่อสู้ดิ้นรนในทุกๆ วัน คุณคือ “นักสู้ที่ยิ่งใหญ่” ก้าวข้ามขีดจำกัดและลุกขึ้นมาใช้ชีวิตในแต่ละวันด้วยความหวังคือความงดงาม อย่าปล่อยให้การทำงานไรเดอร์เป็นความเสี่ยงภัยไร้หลักประกันเพียงเพราะการโฆษณาชวนเชื่อว่าไรเดอร์เป็นแรงงานอิสระ สมควรถูกกดขี่เอารัดเอาเปรียบ ทำงานอันตราย โดยไม่ต้องมีการคุ้มครองแรงงานและหลักประกันในชีวิตทางสังคม


