
คนชรารวมพลังขอเพิ่มเงินเบี้ยผู้สูงอายุ 1000 บาท
(10.6.69: กระทรวงพัฒนาสังคม)กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย นำคนชรากว่า 50 คน ยื่นจดหมายถึง นายนิกร โสมกลางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้เพิ่มเงินเบี้ยผู้สูงอายุจากเดือนละ 600 บาท เพิ่มเป็นเดือนละ 1000 บาท โดยระบุว่า เบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาทต่ำกว่าค่าอาหารเม็ดสุนัข ในขณะที่ค่าครองชืพมีราคาแพงอย่างมาก
จดหมายข้อเรียกร้องระบุว่า การปรับเพิ่มเบี้ยยังชีพจะใช้งบประมาณเพิ่มเติมราว 36,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่รัฐบาลสามารถบริหารจัดการได้เมื่อเทียบกับงบประมาณในส่วนอื่น ๆ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับคืนมาคือการคืนรอยยิ้ม คืนคุณภาพชีวิตที่ดี และคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์นับล้านคน และเรียกร้องให้รัฐมนตรีนำข้อเสนอดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีโดยเร็ว เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุไทย
กลุ่มผู้สูงอายุกว่า 50 คน มารวมตัวกันที่หน้าอาคารกระทรวงพัฒนาสังคมนำโดย ลัดดา แจ่มจ่าย นภัสสร บุญรีย์ เจษฎา ศรีปลั่ง และ นายโชคดี ร่มพฤกษ์ โดยได้ร่วมกันร้องเพลงค่าน้ำนม4.0และขอ1000 ก่อนตายจะได้ไหม โดยแต่ละคนได้เขียนข้อความส่งถึงรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมให้เพิ่มเงินเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 1000 บาท
อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุนายโชคชัย วิเชียรชัยยะ เป็นผู้มารับหนังสือโดยกล่าวว่าได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมนายนิกร โสมกลางซึ่งติดภารกิจที่ต่างจังหวัด ข้อเรียกร้องเพิ่มเงินเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 1000 บาท จะนำเสนอสู่การประชุมคณะกรรมการผู้สูงอายุให้ดำเนินการต่อไปโดยเร่งด่วนและจะแจ้งให้ทราบโดยเร็วต่อไป
ลัดดา แจ่มจ่ายแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมกล่าวว่า เบี้ยผู้สูงอายุ 600 บาทน้อยเกินไป พรรคเพื่อไทยเคยหาเสียงในนโยบายคนไทยไร้จนจะเติมเงินให้มีรายได้เดือนละ 3000 บาท แต่ที่มาเรียกร้อง 1000 บาท เป็นอัตราที่ต่ำมาก แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำได้ทันทีในงบประมาณที่มีอยู่แล้ว ขอให้รัฐมนตรีนายนิกร โสมกลางทำทันทีให้เหมือนกับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ซึ่งเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ600 บาทมาก่อน กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย
46/428 ม.ริมสวน ประชาอุทิศ 12 ดอนเมือง กรุงเทพ 10210 โทร. 092-8258686
วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2569
เรื่อง เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 1000 บาท เพื่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
เรียน นิกร โสมกลางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบจำนวน13.82 ล้านคน จากประชากรทั้งหมด 64.88 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 21% เป็นสังคมผู้สูงวัยสมบูรณ์ “ผู้สูงอายุ” จึงไม่ใช่เพียงบุคคลกลุ่มหนึ่งในสังคม แต่คือประชากรผู้ทรงคุณค่า เป็นผู้วางรากฐานทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมให้กับประเทศชาติมาอย่างยาวนาน ความสุขและความมั่นคงในชีวิตของคนชราจึงเป็นตัวชี้วัดความเจริญและความมีอารยธรรมของประเทศ
ตามที่พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลในปัจจุบัน ได้เคยประกาศนโยบายหาเสียงไว้ว่าจะทำให้ “คนไทยไร้จน” และมุ่งมั่นที่จะเพิ่มรายได้ให้ประชาชนถึงรายละ 3,000 บาทนั้น แต่ในความเป็นจริงปัจจุบัน ผู้สูงอายุส่วนใหญ่กลับได้รับเบี้ยยังชีพเพียงเดือนละ 600 บาท หรือวันละ 20 บาทเท่านั้น เป็นเพียงเศษเงินที่ต่ำกว่าราคาอาหารเม็ดของหมาแมว ไม่สามารถทำให้ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม เป็นไปตามนโยบายคนไทยไร้จนของพรรคเพื่อไทยและเป็นไปตามมติ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนสวัสดิการโดยรัฐ โดยมีวราวุธ ศิลปอาชาเป็นประธาน เมื่อ 21 ก.พ. 2567 เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 1000 บาท กลุ่ม 24มิถุนาประชาธิปไตย จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาทต่อเดือนทันที
จากการคำนวณเบื้องต้น การปรับเพิ่มเงินในส่วนนี้จะใช้งบประมาณเพิ่มเติมอีกเพียงประมาณ 36,000,000,000 บาท (สามหมื่นหกพันล้านบาท) ต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่รัฐบาลสามารถบริหารจัดการได้เมื่อเทียบกับงบประมาณในส่วนอื่น ๆ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับคืนมาคือการคืนรอยยิ้ม คืนคุณภาพชีวิตที่ดี และคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้แก่บุพการีของชาตินับล้านคน เป็นการตอบสนองแทนคุณแผ่นดิน ทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างยั่งยืน
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านรัฐมนตรีจะนำข้อเรียกร้องดังกล่าวเข้าสู่คณะรัฐมนตรีในการเพื่อจัดสรรงบประมาณเพิ่มเงินเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 1000 บาท เป็นจุดเริ่มต้น “คนไทยไร้จน” เกิดขึ้นจริงกับกลุ่มผู้สูงอายุไทย
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
นภัสสร บุญรีย์ ลัดดา แจ่มจ่าย เจษฎา ศรีปลั่ง
กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย
ศุกลวัฒน์ ธนาสิริกุลพงษ์
เลขาธิการสภานักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง










